Categories

ซ่อมกีต้าร์

posted on 12 May 2009 22:23 by dogyspaghetti  in DIY

อันนี้กีต้าร์ผม

 

 

อีพิโฟน เอสจี สี่ร้อย คัสตอม เป็นรุ่นที่ทำเลียนแบบ กิ๊บสัน ไวท์เอสจี เลสพอลคัสตอมผมเดาว่าน่าจะเลียนแบบตัวปี1962

ตอนผมซื้อมามันมีตำหนิเยอะหน่อยเขาเลยขายให้ถูกว่าหน่อย ไม่รู้คุ้มเปล่า แต่มันมีสตอรี่ดี แล้วก็ตอนที่มือไปโดนปิ๊กอับตัวเน็ก กับตัวบริด์จ มันจะมีเสียงจี่ออกมาดังมาก ใครมีกีต้าร์ไฟฟ้าจะรู้ว่า ปรกติถ้ามีเสียงจี่เอามือไปจับส่วนที่เป็นโลหะเสียงจี่จะหายไป ตัวนี้มันกลับกัน ตอนซื้อผมก็ถามคนขายนะ แต่คนขายบอกว่าเป็นงี้ทุกตัวแหละน้อง เราก็อือ อือ แล้วมีตัวใหม่ไม๊พี่ เขาก็บอกว่ามี พรุ่งนี้มาใหม่ได้ไหม ผมก็มาวันรุ่งขึ้น แต่เขากลับบอกว่า ตัวที่เอามาขายไปแล้ว เหลือแต่ตัวเดิม อ่าว งี้ก็เข้ดิพี่ ขายของไงไม่เชื่อหรอว่าผมจะซื้อ ดูถูกกันนี่หว่า เอาเอามาตัวเดิมก็เอาลดหน่อยแล้วกันตำหนิเยอะ เขาก็ลดให้ 20 %ก็ลดไปสองพันกว่าบาทอะนะครับ สมเหตุสมผลดี แต่ใจผมไม่ดีนะพี่ ชิชิ

ใช้มาได้เกือบปี ก็สงสัยอยู่ว่าทำไมเวลาเล่นเสียงคลีนมันจะมีเสียงแตกๆตอนที่สตั้ม เลยไปถามชาว Guitarthai.com พี่ๆในเว็บก็ให้คำตอบดีมากเลยครับ แบบมารุมกันช่วยเหลือ ได้ข้อสรุปมาว่า จับแล้วเสียงจีดังมันไม่มีหรอก กีต้าร์ผมมีปัญหาแล้วหละ ต้องมีสายไฟกราวด์ข้างในหลุดแน่ๆ นั่นหละครับ ผมอยากให้พี่คนขายอ่านจังหึหึ

เริ่มซ่อมแซมเลยดีกว่า เอาหัวแรงบัดกรีเข้าที่เลย ที่ของมันก็น่าจะเป็นกราวด์ของวอลุ่มที่สายใส้ในมันเชื่อมอยู่อะนะครับ

 

 

สายสีนำ้เงินที่ลูกศรชี้อะครับที่มันหลุดออกมา

พอซ่อมแซมเรียบร้อยแล้วลองดีดดู แตรึ่ง ...... มันหวานมากครับ ซึ๊ง จากแต่ก่อนดังแกร๊งๆ

นั่นแหละ แค่อยากจะบอกว่า เวลาซื้อของอะไรอย่าไปเชื่อคนขาย เพราะบางทีเขาก็ไม่ได้รู้ไปซะทุกเรื่อง(ช่างมองโลกในแง่ดี) แต่คุ้มนะ ตอนนี้รู้สึกคุ้มมากที่ซื้อน้องขาวมา หุหุหุหุ

edit @ 12 May 2009 23:09:02 by Dogyspaghetti

นำ้ไม่ไหล อีกแล้ว

posted on 11 May 2009 13:04 by dogyspaghetti  in Applesauce

เมื่อนว่าตอนเที่ยงๆตื่นมางงงง เข้าห้องน้ำ เยี่ยว กดชักโครก เอาที่ฉีดตูดฉีดล้างเยี่ยวที่เปรอะขอบชักโครก

ฟี่!!!!!...........น้ำออกมาหน่อยที่เหลือมีแต่ลม เวรเอ๊ยน้ำไม่ไหลอีกแล้ว นี่ต้องออกไปงานบางกอกกล้วยๆด้วย

ทำไงดีฟะ ไม่มีไฟฟ้าอะยู่ได้ แต่ไม่มีน้ำนี่ออกจากบ้านยังไม่อยากเลย ใครว่าไม่มีอินเตอร์เน็ตอยู่ไม่ได้ ลองให้บ้านมันน้ำไม่ไหลเทอะ จะรู่ซึก

ไม่เป็นไร ไปอาบน้ำที่สระว่ายน้ำแล้วกัน โทรไปนัดแนะอย่างดีว่าสระเปิดแน่นอน ก็เก็บเสื่อผ้ายัดใส่กระเป๋า แล้วก็ไปรองน้ำค้างท่อจะแปรงฟัน สายตาก็ไปสะดุดกับหัวจ่ายน้ำดับเพลิงที่มุมถนน(ใครมาบ้านจะชอบมาถ่ายรูปคู่กับไอ้สิ่งนี้ และบอกว่า เหมือนเมืองเก่าหรือต่างประเทศดี -_-a) ฝาหัวจ่ายมันเปิดอยู่อะสงสัยเพื่อนบ้านที่น่ารักของผมคงอยากพิสูจน์ว่าน้ำบ้านเขาไม่ได้ไม่ไหลบ้านเดียวแน่ๆ แต่ว่า เมื่อกี้ตอนหลังจากเยี่ยวเสร็จ เปิดอ่างล้างหน้าดูผมยังย้ำคิดให้ปิดเลยนะ เดี๋ยวน้ำมามันจะลืมอะ นั่นแหละ ยังไม่ทันสิ้นเสียงความคิด น้ำก็เริ่มไหลออกมาจากหัวจ่าย ไหลยังกะเยี่ยวแมวเลย ฮ่าฮ่า ซักพักชักไม่ตลกละ มันเริ่มทวีความแรงขึ้นจากเยี่ยวแมวเป็นเยี่ยวหมา เยี่ยวหมู เยี่ยวกระบือ เยี่ยวแร่ด เยี่ยวช้าง และซู่มมมมมม! น้ำไหลแล๊วว๊อย

ซักพักเพื่อนบ้านที่น่ารักของผมก็มาเล่นน้ำจากหัวจ่ายกันอย่างสนุกสนาน "พี่ๆเล่นน้ำกัน" เจ๊คนนึงชวนสมาชิกในครอบครัวของแก

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เกาหลีเหนือยังเป็นประเทศที่ขาดแคลนระบบประปาที่มีคุณภาพ ใช้น้ำอย่างประหยัด อย่าลึมสำรวจปิดก๊อกน้ำทุกอันเมื่อน้ำไม่ไหล โดยเฉพาะก๊อกดับเพลิง

edit @ 11 May 2009 13:24:33 by Dogyspaghetti

อย่างที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า หนังสืออ้างอิงภาษาอังกฤษ หรือที่เรียกกันว่า เท็กซ์บุ๊ก มักมีราคาแพง  (800-2000บาทโดยประมาณ) ซึ่งเป็นอุปสรรคทางการศึกษาของเด็กไทยเป็นอย่างมาก เหอะๆ ทำให้เด็กที่อ่านหนังสือมากกว่าวันละ 6 บรรทัดหลายคนต้องไปขวนขวายหาเวอร์ชั่นดิจิทัลมาอ่านกัน แม้ว่าจะดูเป็นทางออกที่ดีและประหยัดทรัพยากรก็ตาม แต่การอ่านหนังสือจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานนั้นไม่ได้ฟิลการเรียนรู้อย่างยิ่ง ไม่เข้าใจตรงไหนจะพลิกหน้าไปดูก็ยากยิ่ง ยิ่งหากต้องเปิดโปรแกรมอื่นควบคู่กันขณะอ่านจะยิ่งแย่ใหญ่ (ถ้าใช้สองหน้าจอก็แล้วไป) เพราะฉนั้นจึงขอแนะนำว่า ปริ๊นมันออกมาซะ ฮ่าฮ่าฮ่า รุ่นพี่ที่เป็นทนายเคยบอกว่า "อ้างว่าเพื่อการศึกษา"

แล้วมันจะคุ้มหรอ อันนี้ก็ต้องพิจารณาจาก สี จำนวนหน้า ราคา ว่าส่วนต่างจะกีมากน้อยกัน

ขั้นแรกไปโหลดหนังสือมาก่อน จะยังไงก็ตามบุญตามกรรมของแต่ละคนแล้วกัน ถ้าได้มาเป็น .pdf ที่มีการจัดหน้าเข้าเล่ม เผื่อเย็บสันมาแล้วจะแหร่มมาก

ขั้นที่สองสำรวจราคา เซิร์ชจากเว็บหรือ ไปดูที่ร้านหนังสือเอาว่ามันราคาเท่าไร แล้วคุณภาพงานพิมเป็นไง มีสี่สีหรือเปล่า กี่หน้าที่เป็นสี กระดาษมันหรือเปล่า กระดาษกลิ่นดีไม๊

ขั้นนี้ก็แน่นอน ปริ๊นมันซะ หนังสือที่ปริ๊นแล้วคุ้มส่วนใหญ่จะเป็น หนังสือสอนดนตรีนะครับ เพราะว่า ส่วนใหญ่จะมีหน้ากระดาษประมาณ 250 หน้า และมันไม่จะเป็นต้องปริ๊นสี และราคามันแพงไป ตัวอย่างคือ

หนังสือ "แบบฝึกหัดกีต้าร์สำหรับพวกโง่" พิมพ์ขาวดำ 240 หน้า มีซีดีประกอบ ราคา 8ร้อยกว่าบาท

ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์

- กระดาษ ยี่ห้อคู่A 80 แกรม500แผ่น ราคา 89-110 บาท เราใช้แค่ 120 แผ่นเอง

- หมึกพิมพ์ สำหรับแท๊งค์(ต้องปริ๊นด้วยเครื่องแท๊งค์ถูกๆเท่านั้นถึงจะคุ้ม) 100Ml 120บาท ใช้ประมาณ 10Mlเอง

- ค่าเข้าเล่ม กระดูกงู ปกใสหน้าหลัง 40 บาท

- หรือ เย็บเอง เอาแคลป์หนีบแน่นๆ สว่านเจาะขอบ 3-4รู เชือกฟางมัด ฮ่าๆๆ

- ถ้าอยากให้อ่านทน เอาไปถ่ายเอกสารซะแล้วเอาเล่มก๊อปปี้ไปเข้าเล่ม เพราะว่าหมึกอิ๊งค์เจ็ทมันจะละลายติดมือเวลาอ่านหละ ค่าถ่ายเอกสารขาวดำ สองหน้า 100แผ่น หน้าละ50ตังค์ รวม 120 บาท

รวมเงิน 390บาท เหลือหมึกกับกระดาษอีกบานฮ่าฮ่าฮ่า ลองคิดดูนะได้ส่วนต่างเล่มละ 400 ทำ 7 เล่มส่วนต่างซื้อเครื่องพิมหมึกเปี่ยมๆได้แล้วอะ

แต่สิ่งที่หายไปคือซีดี(ไอ้ค่าลิขสิทธ์เพลงในซีดีนี่แหละมั๊งที่แพง) ส่วนใหญ่มักจะไม่มีให้โหลดมาด้วยกันกับหนังสือ แต่ถ้าเป็นหนังสือสอนดนตรี ก็มักจะมีบอกชื่อแทรคเพลงที่สำคัญๆในเล่มอยู่แล้ว หรือถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ไปหาดูในยูทูบเอาก็ได้หึหึหึ ส่วนพวกสอนคอมนี่ซื้อไปเถอะครับ ไม่รู้กี่พันหน้า สอนกราฟฟิกอีกอย่าง ปริ๊นมาอ่านเป็นชีทก็โอ แต่ทำมาอ่านเป็นเล่มนี่หมึกจะโดนนำ้ตาเลือนหมดนะหะหะ

หนังสือภาษาต่างชาติทำไม่ถึงแพงก็ม่ายรู้ ดูที่ราคาเดิมคิดเป็นเงินไทยก็แพงอยู่ เล่มที่แปลเป็นไทยกลับขายถูกกว่าซะงั้นคุณภาพบางเล่มก็พอๆกันเชียว เพราะงี้แหละ รุ่นพี่ผมมักจะบอกว่าทำหนังสือขายไม่ไหวหรอก เจ๊ง

ด๊อกกี้พูดว่า : มันแน่อยู่แล้ว แมวยังรู้เลยจะเอามาเขียนทำไมฟะ

..... : เออ

 

 

edit @ 9 May 2009 20:37:42 by Dogyspaghetti

edit @ 11 May 2009 13:00:14 by Dogyspaghetti